ไวน์มีทั้ง ไวน์ขาว ไวน์แดง และโรเซ่ไวน์หรือไวน์สีชมพู ไวน์มีความเป็นมาอันยาวนาน ตั้งแต่ 3,000 ปี ก่อนคริสตกาล และยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันมีไร่องุ่นเพื่อผลิตไวน์อยู่ทั่วโลก ตั้งแต่ทวีป อเมริกา แอฟริกา อเมริกาใต้และยุโรป
ไวน์จำแนกออกได้เป็น 3 จำพวก คือ
- Still Wine หรือ Table Wine ซึ่งได้แก่ ไวน์ขาว ไวน์แดง ไวน์สีชมพู
- Sparkling Wine คือ ไวน์ที่มีฟองอันรวมถึง Champagne และไวน์มีฟองทั่วไป
- Fortified Wine คือ ไวน์ที่มีการปรุงแต่งให้มีแอลกอฮอล์สูงขึ้น เช่น Port และ Sherry
วิธีการทำไวน์
การทำไวน์นั้น ทำจากน้ำองุ่นหมักกับยีสต์ เพื่อให้เกิดแอลกอฮอล์ และถ้าเป็น Sparkling Wine จะเก็บส่วนคาร์บอนไดออกไซด์ที่ได้จากการหมักไว้ด้วยเมื่อทำการบรรจุขวด เพื่อให้เกิดพรายฟอง
Red Wine (ไวน์แดง) ทำจากองุ่นแดง โดยหมักองุ่นทั้งเปลือก เพื่อให้เกิดสีในระหว่างการหมัก
Rose Wine (ไวน์สีชมพู) ทำจากองุ่นแดง โดยหมักองุ่นทั้งเปลือกในระยะเวลาหนึ่ง ให้ได้สีชมพูแล้วนำเปลือกออก เพื่อไม่ให้สีเข้มจัดจนกลายเป็นสีแดง
White Wine (ไวน์ขาว) ทำจากองุ่นแดงหรือองุ่นขาวก็ได้ แต่ไม่ใส่เปลือกลงไปหมักด้วย ซึ่งเมื่อหมักเสร็จจะได้ไวน์สีขาวใส
Sparkling Wine (ไวน์มีฟอง) กรรมวิธีเหมือนกับไวน์ขาวแต่เก็บคาร์บอนไดออกไซด์ไว้บรรจุขวด
Fortified Wine (ไวน์ปรุงแต่ง) กรรมวิธีเดียวกับการผลิตไวน์ แต่ทำการปรุงแต่งให้มีแอลกอฮอล์มากกว่า 15% ด้วยการเติมบรั่นดีที่เป็นกลางหรือแอลกอฮอล์ลงไปในไวน์ เช่น Port หรือ Sherry ที่มีแอลกอฮอล์ 18-22%
แหล่งผลิตไวน์แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ต่างกัน คือ
1. ไวน์โลกเก่า (OWW) ซึ่งใช้กรรมวิธีผลิตไวน์แบบดั้งเดิม ตามที่ได้สืบทอดกันมาแต่โบราณ คุณภาพของไวน์ที่ได้จะแบ่งเป็นลำดับชั้น โดยขึ้นอยู่กับสถานที่ ภูมิอากาศ พันธุ์องุ่น และฝีมือของผู้ผลิต เช่น ฝรั่งเศส มีไวน์แบ่งเป็น 4 เกรด คือ A.O.C., VDQS.,VDP.,VDT. หรืออิตาลี มี DOCG, DOC, Igt, Vino da tavola เป็นต้น
2. ไวน์โลกใหม่ (NWW) ใช้กรรมวิธีผลิตด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทันสมัย ซึ่งจะได้ไวน์ที่มีมาตรฐานคุณภาพคงที่ ไม่ว่าจะเป็นไวน์ที่ผลิตในปีไหน ซึ่งไวน์โลกใหม่ที่ว่านี้ ได้แก่ไวน์ที่ผลิตจาก ออสเตรเลีย ชิลี และอเมริกา |